ครีมชีส

นม

ครีมชีส

ครีมชีสเป็นผลิตภัณฑ์นมที่เนื้อนุ่ม ทาได้ง่าย ช่วยให้ลูกน้อยได้ทำความรู้จักเนื้อสัมผัสใหม่ๆ ได้อย่างน่าสนุก มีสารอาหารสำคัญ เช่น แคลเซียมเพื่อกระดูกที่แข็งแรง และวิตามินเอเพื่อการมองเห็นและระบบภูมิคุ้มกันที่ดี23 รสชาติอ่อนๆ เนื้อเนียนนุ่ม ทำให้ผสมกับอาหารอื่นๆ ที่ลูกของคุณทานอยู่แล้วได้ง่าย

Pทีมงาน Pippin ด้านการให้อาหารตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการให้อาหาร · อัปเดตเมื่อ มกราคม 2569
วัยเริ่มต้น6เดือน+
หมวดหมู่นม
สารก่อภูมิแพ้ที่พบบ่อยใช่
ความเสี่ยงการสำลักต่ำ

ลูกน้อยกิน ครีมชีส ได้เมื่อไหร่?

เริ่มให้ครีมชีสได้ราว 6 เดือน เมื่อเริ่มให้อาหารเสริม แต่ควรให้หลังจากที่ลูกได้ลองอาหารวัตถุดิบเดี่ยวๆ มาแล้วสักหลายชนิดก่อน และควรให้แยกต่างหากทุกครั้ง เพื่อสังเกตว่ามีปฏิกิริยาแพ้หรือไม่

เคล็ดลับการเก็บรักษา

เก็บครีมชีสไว้ในตู้เย็น และใช้ให้หมดภายใน 1-2 สัปดาห์หลังเปิดฝา เก็บให้ปิดสนิท เพื่อไม่ให้แห้งหรือดูดกลิ่นอื่นเข้าไป

วิธีเสิร์ฟ ครีมชีส ตามวัย

สำหรับลูกวัย 8-12 เดือน ทาครีมชีสบางๆ บนขนมปังหั่นแท่งที่ปิ้งพอกรอบหรือบิสกิตนุ่มๆ หรือผสมลงในผักบดอย่างมันหวานหรืออะโวคาโดเพื่อเพิ่มความเนียนนุ่ม ชิ้นต้องใหญ่พอที่ลูกจะหยิบจับได้ (ประมาณเท่ากับนิ้วมือผู้ใหญ่ 2 นิ้ว)8 ถึง 12 เดือน

สำหรับลูกวัย 8-12 เดือน ทาครีมชีสบางๆ บนขนมปังหั่นแท่งที่ปิ้งพอกรอบหรือบิสกิตนุ่มๆ หรือผสมลงในผักบดอย่างมันหวานหรืออะโวคาโดเพื่อเพิ่มความเนียนนุ่ม ชิ้นต้องใหญ่พอที่ลูกจะหยิบจับได้ (ประมาณเท่ากับนิ้วมือผู้ใหญ่ 2 นิ้ว)

  • ใช้ครีมชีสไขมันเต็ม เพื่อแคลอรี่ที่จำเป็น
  • หลีกเลี่ยงน้ำตาลหรือกลิ่นรสที่เติมเพิ่ม
  • ทาบางๆ เพื่อไม่ให้ติดเป็นก้อน
  • กินคู่กับผลไม้นุ่มอย่างกล้วย เพื่อความหลากหลาย
  • อยู่ดูแลลูกอย่างใกล้ชิดระหว่างมื้ออาหาร
สำหรับลูกวัย 12 เดือนขึ้นไป ใช้ครีมชีสได้หลากหลายขึ้น ทาบนขนมปังโฮลเกรน ผสมลงในข้าวโอ๊ต หรือใช้เป็นน้ำจิ้มจิ้มกับแท่งผักนุ่มๆ ก็ได้ ยังนำไปทำเมนูง่ายๆ อย่างแซนด์วิชชิ้นเล็กหรือเซเลรียัดไส้ได้ด้วย12 เดือนขึ้นไป

สำหรับลูกวัย 12 เดือนขึ้นไป ใช้ครีมชีสได้หลากหลายขึ้น ทาบนขนมปังโฮลเกรน ผสมลงในข้าวโอ๊ต หรือใช้เป็นน้ำจิ้มจิ้มกับแท่งผักนุ่มๆ ก็ได้ ยังนำไปทำเมนูง่ายๆ อย่างแซนด์วิชชิ้นเล็กหรือเซเลรียัดไส้ได้ด้วย

  • แนะนำเป็นท็อปปิ้งทาบนบิสกิตหรือเบเกิล
  • ผสมกับสมุนไพรเพื่อเพิ่มรสชาติ
  • ให้แต่พอประมาณเพราะมีโซเดียม
  • กินคู่กับอาหารที่มีใยอาหารสูงอย่างแอปเปิล
  • ส่งเสริมให้ลูกทานเองด้วยช้อน

ความปลอดภัยและสารก่อภูมิแพ้

ความเสี่ยงการสำลัก: ต่ำ

ครีมชีสเนื้อนุ่ม ทาง่าย จึงมีความเสี่ยงสำลักต่ำเมื่อเสิร์ฟอย่างเหมาะสม สำหรับลูกที่ยังเล็ก ให้ทาบางๆ บนขนมปังปิ้ง หรือผสมลงไปในอาหารบด เพื่อไม่ให้เป็นก้อนใหญ่ และต้องอยู่ดูแลลูกน้อยระหว่างมื้ออาหารเสมอ

สารก่อภูมิแพ้ที่พบบ่อย

ภูมิแพ้นมวัวพบได้ประมาณ 2-3% ในทารกและเด็กเล็ก2

สังเกตอาการ:

  • ผื่นลมพิษ
  • ริมฝีปากหรือใบหน้าบวม
  • อาเจียนหรือท้องเสีย
  • หายใจมีเสียงหวีดหรือหายใจลำบาก

เริ่มให้ครีมชีสปริมาณน้อย (ประมาณ 1/4 ช้อนชา) แล้วสังเกตปฏิกิริยาตลอด 2-3 วัน2 หากไม่มีปฏิกิริยา จึงค่อยๆ เพิ่มปริมาณขึ้นได้ และปรึกษากุมารแพทย์เสมอหากคุณกังวลเรื่องภูมิแพ้อาหาร หรือหากลูกน้อยเป็นผื่นภูมิแพ้หรือมีโรคภูมิแพ้อื่นๆ

วิตามินและแร่ธาตุ

ครีมชีสให้แคลเซียมและฟอสฟอรัส ซึ่งช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรงในเด็กที่กำลังโต4 และมีวิตามินเอซึ่งช่วยเรื่องการมองเห็นและระบบภูมิคุ้มกันที่ดี23 แต่มีโซเดียมค่อนข้างสูง จึงควรให้แต่พอประมาณ

วิตามิน
วิตามินเอวิตามินบี2วิตามินบี12
แร่ธาตุ
แคลเซียมฟอสฟอรัสโซเดียม

สารอาหารเสริมกัน

จับคู่ครีมชีสกับผลไม้ที่อุดมด้วยวิตามินซี เช่น สตรอว์เบอร์รีหรือส้ม เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหารอื่นในมื้อนั้นได้ดีขึ้น2

สูตรอาหารที่มี ครีมชีส

คำถามที่พบบ่อย

ให้ลูกทานครีมชีสได้เท่าไหร่?

เริ่มจากปริมาณน้อย (1/4 ถึง 1/2 ช้อนชา) ผสมกับอาหารอื่น เนื่องจากครีมชีสมีโซเดียมและไขมันอิ่มตัวสูง จึงควรเป็นของอร่อยเป็นครั้งคราว ไม่ใช่อาหารหลักทุกวัน ปริมาณต่อมื้อสำหรับลูกน้อยประมาณ 1 ช้อนโต๊ะหรือน้อยกว่า

ครีมชีสกับชีสชนิดอื่นต่างกันอย่างไรสำหรับลูก?

ครีมชีสนุ่มกว่า ไขมันสูงกว่า และโปรตีนน้อยกว่าเมื่อเทียบกับชีสอย่างเชดเดอร์หรือมอสซาเรลลา เหมาะกับการทาและผสม ส่วนชีสที่เนื้อแน่นกว่าจะเหมาะกับอาหารที่หยิบทานได้ และเลือกแบบรสจืด ไขมันเต็ม ไม่เติมเกลือ น้ำตาล หรือแต่งกลิ่นรสเสมอ

ลูกดูท้องอืดหลังทานครีมชีส ปกติไหม?

เด็กบางคนอาจมีแก๊สในท้องหรือไม่สบายท้องเมื่อเริ่มทานผลิตภัณฑ์นมใหม่ๆ ซึ่งมักเกิดจากการไวต่อแลคโตสมากกว่าจะเป็นภูมิแพ้จริง หากอาการเล็กน้อย ลองให้ปริมาณน้อยลง หากอาการยังคงอยู่ หรือมีอาเจียน ผื่นขึ้น หรือหายใจลำบาก ให้หยุดให้ทันทีและปรึกษากุมารแพทย์

แหล่งข้อมูลและเอกสารอ้างอิง

  1. 1TBCA - Tabela Brasileira de Composição de Alimentos
  2. 2Vidailhet M et al., 2017
  3. 3Underwood BA, 1994
  4. 4Couce ML et al., 2021